fw.sothorn.org

Syndicate content
สัพเพเหระ ขำขัน คลายเครียด จาก mail FW
ถูกปรับปรุง 28 min 34 sec ก่อน

ผลสำรวจหลังจากที่คุณผู้หญิงไปดูรถไฟฟ้ามาหานะเธอ(ขำๆ)?

ศุกร์, 11/13/2009 - 22:35

99.99 % ของผู้หญิงที่มีแฟนแล้วที่ดูหนังเรื่องนี้ อยากมีแฟนใหม่ให้ได้อย่างเคน
99.99 % ของผู้หญิงโสดที่ดูหนังเรื่องนี้อยากยกเคนเป็นบรรทัดฐานในการเลือกแฟน
99.99 % ของผู้หญิง(และผู้ชาย)โสด จะเจ็บจี๊ดกับประโยคที่ว่า “เมิงไม่เคยมีแฟนเมิงไม่เข้าใจพวกกรูหรอกวะ”
99.99 % ของผู้หญิงในกรุงเทพ อยากใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น(กำลังอิน)
99.99 % ของผู้หญิงที่โสดและไม่โสดต่างพากันร้องกรี๊ดจริงและกรี๊ดในใจตอนที่นางเอก เปิดประตูมาเจอพระเอก
99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้ต่างเคยเจอเหตุการณ์โก๊ะๆ และเกิดจินตภาพแบบในหนังมาแล้ว และที่ขำไม่ใช่อะไร แต่เพราะมันเคยเกิดอะไรแบบนี้กับตัวเอง โดยเฉพาะปัญหาจากการแต่งหน้า
99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้มานึกขึ้นได้ตอนจบว่า เออ ไม่เห็นมันใช้เพลงโปรดส่งใครมารักฉันที มาประกอบจริงๆ จังๆ ในเนื้อหาของหนังเลย
99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะหันมาติดตามละครเรื่องต่อไปที่เคนเล่น
99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะพูดเล่นกับเพื่อนว่า “อะโห หล่อทะลุแป้ง”
99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะอยากไปท้องฟ้าจำลอง
99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะอยากกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกรอบ
99.99 % ของผู้ชายที่พาแฟนไปดูหนังเรื่องนี้ จะคิดในใจว่า “แฟนตูเป็นอะไรมากปะเนี่ย?”

ข้อแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง

ศุกร์, 11/06/2009 - 18:59

ผู้ชาย จ่ายเงิน 10 บาท เพื่อให้ได้ของราคา 5 บาท ถ้าเขาต้องการมัน
ผู้หญิง จ่ายเงิน 5 บาท เพื่อให้ได้ของ 10 บาทที่เธอไม่ต้องการแต่เพราะมันลดราคา
ผู้หญิงกังวลเกี่ยวกับอนาคต……….จนกว่าเธอจะมีสามี
ผู้ชายไม่เคยกังวลเกี่ยวกับอนาคต……….จนกว่าเขาจะมีภรรยา
ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จคือ…………….คนที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรรยาของเขาสามารถใช้ให้หมดได้
ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จคือ…………..ผู้หญิงที่หาผู้ชายคนดังกล่าวเจอ
การจะมีความสุขกับผู้ชาย…………………..คุณจะต้องเข้าใจเขาให้มากโดยรักเขาเพียงนิดเดียวก็พอ
การจะมีความสุขกับผู้หญิง………………….คุณต้องรักเธอมากๆ และอย่าคาดหวังว่าจะเข้าใจเธอ
ชายที่แต่งงานแล้วอายุยืนกว่าชายที่เป็นโสด………………………………แต่ชายที่แต่งงานแล้วยินดีจะตายมากกว่า
ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายโดยคาดหวังว่า…..เขาจะเปลี่ยนแปลง………………………..แต่เขาไม่
ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงโดยคาดหวังว่า…..เธอจะไม่เปลี่ยน………………….แต่เธอเปลี่ยนไป…..
ผู้หญิงจะเป็นคนกล่าวคำสุดท้ายในการโต้เถียงทุกครั้ง
ชายผู้ใดกล่าวอะไรหลังจากนั้นจะเป็นการเริ่มการโต้เถียงครั้งใหม่

วิธีประหยัดค่าโทรศัพท์ (ขำๆ)

พุธ, 10/28/2009 - 19:21


1. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของแฟน ในมือถือเครื่องของคุณโดย SaveName ว่า ‘คิดถึงเหมือนกัน’ แทนชื่อแฟนของคุณ

2. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของคุณ ในมือถือของแฟนโดย SaveName ว่า ‘คิดถึงนะ’ แทนชื่อของคุณ

3. เมื่อถึงเวลาที่จะต้องโทรหากัน คุณก็โทรหาแฟนสัก 1 – 2 ตู๊ดแล้ววางสาย ที่เครื่องของแฟนก็จะ Show Miss Call เมื่อListดูก็จะพบข้อความว่า ‘คิดถึงนะ’

4. เช่นเดียวกัน เมื่อแฟนต้องการจะตอบว่า คิดถึงเหมือนกันก็ให้โทรหาคุณ แล้ววางสาย Show Miss Call เมื่อList ดู คุณก็จะพบข้อความว่า ‘คิดถึงเหมือนกัน ‘

เท่านี้คุณสามารถก็ประหยัดค่าโทรไปได้อย่างน้อยก็วันละ 6 บาท เก็บเงินไว้พาแฟนไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนดีกว่า

นั่นมันสำหรับแฟนกัน ถ้าแต่งแล้วต้องตามนี้เลย

1. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของเมีย ในมือถือเครื่องของคุณโดย SaveName ว่า ‘เอ็งอยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับบ้าน’ แทนชื่อเมีย

2. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของคุณ ในมือถือของเมียโดย SaveName ว่า ‘ติดประชุม(โว้ย)’ แทนชื่อของคุณ

3. เมื่อถึงเวลาเมียตามกลับบ้าน จะต้องโทรหาคุณ คุณไม่ได้รับเพราะ….ก็จะ Show Miss Call เมื่อListดูก็จะพบข้อความว่า ‘เอ็งอยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับบ้าน’

4. เช่นเดียวกัน คุณก็โทรหาเมียคุณ ๑ ตู๊ด แล้ววางสาย เมียคุณก็จะเห็น Miss Call เมื่อList ดู คุณก็จะพบข้อความว่า ‘ติดประชุม(โว้ย)’

เท่านี้คุณสามารถก็ประหยัดค่าโทรไปได้อย่างน้อยก็วันละ 6 บาท แต่อาจต้องนอนนอกบ้าน!!

วิธีประหยัดค่าโทรศัพท์ (ขำๆ)

พุธ, 10/28/2009 - 19:21


1. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของแฟน ในมือถือเครื่องของคุณโดย SaveName ว่า ‘คิดถึงเหมือนกัน’ แทนชื่อแฟนของคุณ

2. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของคุณ ในมือถือของแฟนโดย SaveName ว่า ‘คิดถึงนะ’ แทนชื่อของคุณ

3. เมื่อถึงเวลาที่จะต้องโทรหากัน คุณก็โทรหาแฟนสัก 1 – 2 ตู๊ดแล้ววางสาย ที่เครื่องของแฟนก็จะ Show Miss Call เมื่อListดูก็จะพบข้อความว่า ‘คิดถึงนะ’

4. เช่นเดียวกัน เมื่อแฟนต้องการจะตอบว่า คิดถึงเหมือนกันก็ให้โทรหาคุณ แล้ววางสาย Show Miss Call เมื่อList ดู คุณก็จะพบข้อความว่า ‘คิดถึงเหมือนกัน ‘

เท่านี้คุณสามารถก็ประหยัดค่าโทรไปได้อย่างน้อยก็วันละ 6 บาท เก็บเงินไว้พาแฟนไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนดีกว่า

นั่นมันสำหรับแฟนกัน ถ้าแต่งแล้วต้องตามนี้เลย

1. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของเมีย ในมือถือเครื่องของคุณโดย SaveName ว่า ‘เอ็งอยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับบ้าน’ แทนชื่อเมีย

2. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของคุณ ในมือถือของเมียโดย SaveName ว่า ‘ติดประชุม(โว้ย)’ แทนชื่อของคุณ

3. เมื่อถึงเวลาเมียตามกลับบ้าน จะต้องโทรหาคุณ คุณไม่ได้รับเพราะ….ก็จะ Show Miss Call เมื่อListดูก็จะพบข้อความว่า ‘เอ็งอยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับบ้าน’

4. เช่นเดียวกัน คุณก็โทรหาเมียคุณ ๑ ตู๊ด แล้ววางสาย เมียคุณก็จะเห็น Miss Call เมื่อList ดู คุณก็จะพบข้อความว่า ‘ติดประชุม(โว้ย)’

เท่านี้คุณสามารถก็ประหยัดค่าโทรไปได้อย่างน้อยก็วันละ 6 บาท แต่อาจต้องนอนนอกบ้าน!!

อาจารย์ ใจดี…

จันทร์, 10/12/2009 - 06:32

นักศึกษา MBA รามคำแหงสองคนไปงานปาร์ตี้บ้านเพื่อนมาแล้วเมาจนถึงสว่าง สร่างเมาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเช้ามีสอบวิชาMicroทั้งคู่ก็เลยเข้าไปโกหกอาจารย์ว่าเมื่อคืนรถยางแตกเลยต้องเสียเวลาและไม่ได้อ่านหนังสือทั้งคืน จึงขอเวลาอ่านหนังสือเพิ่มอีก 1 คืน อาจารย์ใจดีเหลือเกิน ตอบตกลงให้สิทธิพิเศษทั้งคู่ไปอ่านหนังสือมาแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสอบ รุ่งขึ้นทั้งคู่ถูกจับแยกให้สอบคนละห้องเพราะอาจารย์กลัวว่ามันจะแอบลอกกัน เมื่อทั้งคู่อ่านข้อสอบก็พบว่ามีแค่ 2 ข้อเท่านั้น

ข้อ1) จงอธิบายความหมายของคำว่า “อุปทาน อุปสงค์” (5คะแนน) ……

ทั้งคู่ตอบคำถามข้อแรกได้สบา ยมาก เสร็จแล้วก็อ่านข้อต่อไปข้อ

2) จงบอกมาว่ายางรถข้างหน้าหรือข้างหลังซ้ายหรือขวาที่มันแตก.. และแตกเวลาอะไร จนเป็นเหตุให้ พวกมึงไม่ได้อ่านหนังสือสอบ (95คะแนน)

จดหมายจากคุณแม่ (อย่างฮา!)

เสาร์, 10/10/2009 - 14:31
ลูกรัก … แม่จะเขียนจดหมายนี้ช้าๆ น๊ะ เพราะแม่รู้ว่า แกน่ะ  อ่านหนังสือไม่ค่อยเร็ว ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่ที่บ้านเดิมแล้วนะลูก พ่อแกเขาอ่านหนังสือพิมพ์เจอ เค้าบอกว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดในบ้านตัวเอง 45 % ดังนั้น  พวกเราจึงย้ายบ้านมาเช่าเขาอยู่ไง รอบคอบดีมั๊ยล่ะ ออ..แต่แม่ส่งที่อยู่ใหม่ให้แกไม่ได้หรอกน๊ะ เพราะคุณคนเช่าคนก่อนมันเอาป้ายเลขที่บ้านไปด้วย สงสัยมันคงจะเอาไปติดบ้านหลังใหม่พวกมัน อ้อ.. บ้านนี้มีเครื่องซักผ้าด้วยนะ แต่เครื่องแบบนี้มันเสียอยู่อย่างเดียวสงสัยถังมันรั่วน่ะลูก ใส่น้ำทีไรมันไหลออกทางท่อข้างหลังทุกที ใส่น้ำเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม แม่เลยหันมาใช้กาละมังเหมือนเดิม ที่นี่อากาศดีนะลูก ฝนตกแค่อาทิตย์ละสองครั้งเอง ครั้งละสามวัน กับครั้งละสี่วัน อ้อ …. เสื้อแจ็กเก็ตที่แกอยากให้แม่ส่งไปให้น่ะ กระดุมมันเป็นเหล็กน๊ะลูก   หนักมาก เวลาส่งไปก็จะเสียตังค์เยอะ ดีที่ป้าแกเขาฉลาด เขาก็เลยเลาะกระดุมออกหมด เออ….. น้องสาวแกเพิ่งคลอดลูกน๊ะเช้านี้ แม่ยังไม่รู้ว่าเป็นชาย หรือ หญิง ดังนั้น  แม่เลยบอกไม่ได้ว่าแกจะได้เป็นป้าหรือเป็นลุง ป.ล. แม่กะจะส่งเงินให้แกอยู่พอดี แต่แม่ดันปิดซองจดหมายแล้วน่ะสิ…..ลืม รัก…จาก แม่

รวมฮิต เรื่องเล่าผีใน ม.เชียงใหม่

ศุกร์, 10/09/2009 - 15:37

เรื่องที่ 1 : ป๊อก…ป๊อก… ครืด

เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาลัยเชียงใหม่ ในแง่ของความเศร้า ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอ 7 หญิง ในสมัยที่ มช. ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง หน้าฝนเป็นโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนมืดไม่มีแสงไฟ


เรื่องเกิดกับนักศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของหอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ ประมาณว่านักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ แล้วรูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว อยากพักผ่อน พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองก็ได้ แล้วจะห่อข้าวมา ฝากเพื่อนคนที่ไม่สบายก็บอกว่า ฝากซื้อราดหน้า (หรือผัดไทซักอย่างที่เป็นเส้นๆ) มาให้ทีละกัน กินแล้วจะได้กินยา เมทคนนั้นก็บอกว่า ได้ เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ หลังจากที่เพื่อนออกไปจากห้อง เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อยังไม่กลับมาซะที ตกดึก ฝนเริ่มตกหนัก เมทคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อ ในใจเป็นห่วงเพื่อนะ เพราะออกไปนานมากยังไม่กลับ ซักพักนักศึกษาคนนั้นได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ”ป๊อก…………ป๊อก………ป๊อก………ป๊อก……” เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนน ั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป “ครื……..ด……..ครื………..ด…….ค..รื…ด” เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบได้อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อราดหน้า ก็งง แล้วเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมา หรือติดฝนเลยฝากคนอื่นเอามาให้ แต่ทำไมต้องเอามาแขวน ไม่รอเจอกันก่อนจะได้รู้ว่าเป็นใคร แล้วทำไมเดินเร็วจัง มีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได… คิดต่างๆ นาๆ แต่แล้วก็แกะห่อราดหน้าออก ทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้ซักพักก็ม่อยหลับไป

รุ่งเช้า…………….มีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หน ี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทา นข้าวเสร็จ (ไม่แน่ใจว่าเป็นฝายหินหรือตลาดต้นพะยอม) ทุกทีจะไปกับเพื่อน แต่เพื่อนไม่สบายจึงไปคนเดียว โดยเพื่อนฝากซื้อข้าวห่อ คนร้ายอาจเห็นว่าเป็นคนเดียวจึงลงมือ แล้วราดหน้าเมื่อคืนล่ะ? ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด แต่จากที่ฟังกันมาคือ หลังจากที่ตายไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเพราะว่าไม่สบาย และยังหิว จึงนำห่อราดหน้าที่ซื้อมาฝากไปส่งให้แต่จะไปส่งยังไง แขนหัก ขาหักหมด แล้วลักษณะที่เขาเล่ามาคือ เพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันไ ด ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง “ป๊อก ป๊อก” เสียง “ครืด” ที่ได้ยิน คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นร อยเปียกน้ำยาวติดต่อกัน
หลังจากส่งห่อราดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง…

ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังยกของหนัก และลากของหนักจากข้างล่างขึ้นมา แล้วทุกคนต่างเชื่อสนิทใจ มิตรภาพอยู่เหนือความตาย…
————————————————

เรื่องที่ 2 : เปรตหอนาฬิกา

เนื่องจาก มช เคยเป็นป่าช้าและลานประหารเก่ามาก่อน ทำให้เรื่องเล่าเรื่องผีทั้งเก่าและใหม่มีมากมาย เรื่องนี้อยู่ที่หอนาฬิกาใหญ่ ตรงสี่แยกจากประตูหลังมอ ตรงนั้นจะเป็นวงเวียนสี่แยก ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้เป็นคณะวิศวะ ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เป็นคณะศึกษาและโรงเรียนสาธิต ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือเป็นหอ 4 ชาย และฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหอ 6 หญิง เรื่องนี้เล่ากันว่า ตรงหอนาฬิกา กลางวงเวียน มีเปรต หากไปลองของอาจโดนดีได้

วิธีการลองดีคือ ตอนเที่ยงคืน ให้ไปขับรถวนทวนเข็มที่หอนาฬิกา สามรอบ (ปกติวงเวียนจะให้รถขับวนตามเข็มนาฬิกา) เล่ากันว่า ผู้ที่ลองทำอย่างนั้นไม่เคยมีใครขับรถทวนเข็มนาฬิกาไ ด้ครบสามรอบซักคน ผู้มีประสบการณ์เล่าว่าในขณะที่วนรถอยู่นั้น จะรู้สึกได้ถึงลมที่เย็นผิดปกติ แต่วนไปรอบสองก็ไม่เกิดอะไรขึ้น มาเกิดตอนที่จะครบรอบที่สาม จู่ๆก็มีเสาสองต้นมาตั้งขวางถนนอยู่ ทำให้ต้องหักรถหลบ รถล้มบ้างแฉลบบ้างไปตามๆกัน ใครอยากรู้ก็ลองดูเอง อีกกรณีหนึ่งมีข่าวอยู่บ่อยๆ ว่านักศึกษาที่พักอยู่ในหอพักชาย 4 และหญิง 6 ฝั่งที่ติดกับหอนาฬิกา มักได้ยินเสียงแหลมๆเล็ก ดังมาจากทางหอนาฬิกา สอบถามแล้วคืนนั้น เด็กสาธิตไม่มีการทำกิจกรรมและคณะวิศวะไม่มีกิจกรรม หรือการก่อสร้างใดๆ
———————————————————

เรื่องที่ 3 : ห้องสีชมพู

เรื่องนี้เกิดที่หอหญิง ไม่แน่ใจว่า 7 หรือ 4 เป็นเรื่องของนักศึกษาหญิงที่เข้ามาพักในหอใน แล้วไปมีอะไรกับผู้ชายแล้วเกิดพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมา รู้ตัวเอาตอนท้องได้ 4 เดือนแล้ว แต่มันยังไม่ป่องออกมาจึงปิดเงียบไม่ให้ใครรู้ แม้แต่เมท ทำยังไงถึงจะเอาออกได้ พลาดไปแล้ว แต่ไม่อยากเสียอนาคต ไม่มีเงินทำแท้ง แฟนไม่รับผิดชอบ จึงตัดสินใจเอาออกเองในห้องพัก โดยเลือกตอนช่วงที่เพื่อนไม่อยู่ ทำเองคนเดียว โดยไม่ทราบวิธีการ ปรากฎว่าผลร้ายกว่าที่คิด นักศึกษาคนนั้นตกเลือดตายในห้อง เพื่อนมาพบศพตอนเย็น เห็นรอยเลือดกระจัดกระจายเต็มฝาผนัง

หลังจากจัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้ว (รวมถึงทำความสะอาดห้อง) โดยที่เมทของคนตายก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด เห็นรอยเลือดสีจางๆ ติดอยู่ที่ผนังสีขาว ก็เลยให้คนเอาสีขาวมาทาทับ วันรุ่งขึ้นเปิดเข้าไปทำความสะอาดรอยเลือดยังมีอยู่เ หมือนเดิม ไม่ว่าจะทำยังไง ทั้งขัด ทั้งถู หรือทาสีใหม่ รอยเลือดนี้ก็ยังไม่หายไป จนสุดท้ายทางหอพักจึงต้องนำสีชมพู ไปทาทั้งห้อง เพื่อไม่ให้เห็นรอยเลือด กลายเป็นห้องสีชมพูตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันเป็นห้องเก็บของที่ปิดตาย เคยมีแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องนี้ แล้วออกจากห้องไม่ได้ เพราะลูกบิดถูกล๊อค (ทั้งที่ตัวล๊อคอยู่ในห้อง) ลองไปเยี่ยมชมดูได้ครับ หนึ่งความพลาดพลั้งที่ไม่มีอะไรแก้ไขได้
__________________

เรื่องที่ 4 : ห้องอาบน้ำหอ 7 หญิง

รุ่นน้องอยู่หอ 7 หญิง เล่าว่า ไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำรวม (ตอนกลางคืน) ชั้น 3 เข้าไปอาบน้ำในห้องที่เขากั้นให้อาบน้ำ โดยไปอาบที่ห้องในสุด ซักพักได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาอาบน้ำในห้องข้างๆ ได้ยินเสียงฝักบัว แถมยังมีน้ำกระเซ็นเข้ามาที่ห้องตัวเองอาบอยู่อีกต่า งหาก แต่รุ่นน้องอาบน้ำช้า ห้องข้างๆ เลยกลับออกไปก่อน พอรุ่นน้องอาบน้ำเสร็จ เปิดห้องออกมา ตอนออกก็ต้องเดินผ่านห้องข้างๆอยู่แล้ว เพราะตัวเองอาบห้องในสุด แต่ห้องข้างๆไม่มีร่องรอยการอาบน้ำเลย ตรงฝาผนังและพื้นแห้งสนิท!

ที่ห้องอาบน้ำชั้น 2 รุ่นพี่ซึ่งแก่กว่าประมาณ 3 ปี เล่าให้ฟังว่า กำลังจะเข้าไปอาบน้ำ ทั้งห้องมีอยู่คนเดียว กำลังจะสระผม รู้สึกว่ามีน้ำกระเด็นมาจากห้องข้างๆ แต่ไม่มีเสียงน้ำ ด้วยความสงสัย จึงหยุดแล้วไปดูห้องข้างๆ ก็ไม่เห็นมีน้ำรั่วหรือซึม ทั้งผนังและเพดานเรียบร้อยทุกอย่าง พอเข้าห้องมาจะอาบ น้ำก็กระเซ็นมาอีก คราวนี้ไม่อยู่แล้ว เก็บของออกจากห้องน้ำไปเลย ฟังหูไว้หู
—————————————————–

เรื่องที่ 5 : ห้องน้ำคณะสังคมฯ

ที่ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์ ที่เก่าๆหน่อย ลองไปหาดูเอาเอง ลักษณะห้องน้ำคือ ประตูทางเข้าอยู่ตรงกลาง เมื่อเข้าไปแล้วโถฉี่จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนอ่างล้างหน้า กับกระจกส่องหน้าจะอยู่ทางขวา รุ่นพี่ที่อยู่คณะสังคมฯ เล่าว่ามีคนเล่าให้ฟังว่า(ฟังเขามาอีกต่อหนึ่ง) ตอนกลางคืนช่วงใกล้สอบ ได้ไปอ่านหนังสือที่คณะสังคมฯ แล้วปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ห้องน้ำแห่งนี้ (เริ่มนึกออกหรือยังว่าห้องน้ำที่ไหน) ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว คนอื่นๆก็นั่งอ่านหนังสือต่อ คนไปฉี่ก็เข้าไปฉี่ธรรมดา ในห้องน้ำมีโถฉี่สองอัน อันแรกติดประตู อันที่สองอยู่ด้านขวา ถัดไปข้างในอีก เขาบอกว่า ตอนจะฉี่ ก็จะฉี่ที่โถแรก เพราะใกล้ แต่ไม่รู้นึกยังไง เลยเดินเลยไปฉี่ที่โถด้านใน ตอนกำลังฉี่ก็ยังไม่มีอะไร แต่ตอนฉี่เสร็จแล้ว มองออกไปที่กระจก ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นว่ากำลังมีคนยืนฉี่อยู่ที่โถ ฉี่อันแรก! (แต่หันหลังให้) นึกว่าตาฝาดเพราะหันไปดูก็ไม่มีอะไร แต่พอไปดูในกระจก ก็เห็นเหมือนเดิม? คืนนั้นเลยไม่ได้อ่านหนังสือกันพอดี พวกขี้เหล้าทั้งหลายที่ชอบไปกินแถวนั้นก็ระวังหน่อยล ะกัน
—————————————————

เรื่องที่ 6 : ตึกฟิสิกส์

เรื่องนี้โด่งดังมากในเรื่องความเฮี๊ยน แต่ไม่เคยเจอกับตัวซักที เรื่องมีอยู่ว่า ที่ใต้ถุนตึกฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มช. จะมีม้านั่ง มีที่ให้อ่านหนังสือ ตอนกลางวันเย็นสบาย แต่ตอนกลางคืนจะเย็นยะเยือก เล่ากันว่า มีนักศึกษาหญิงที่ถูกแฟนบอกเลิก ไปผูกคอตายที่นั่น ประมาณว่าตอนคบกันไปนั่งอ่านหนังสือที่นั่นกันบ่อยๆ พอคิดสั้นเลยใช้ที่นั่นเป็นที่สุดท้าย นับแต่นั้นมา เล่ากันว่านักศึกษาคู่ไหนที่เป็นแฟนกัน แล้วไปนั่งอ่านหนังสือที่นั่น มักจะไม่ได้อ่าน จะโดนกวนตลอด ถ้านั่งคู่กัน จะรู้สึกว่ามีคนมองข้างหลัง ถ้านั่งตรงกันข้ามกัน ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง มักจะเห็นอะไรแปลกๆ ใครที่มีแฟนลองไปนั่งดูนะ
——————————————–

เรื่องที่ 7 : คณะแพทย์ศาสตร์

เรื่องพยาบาลในชุดแดงของคณะแพทย์ฯ ม.ช เล่าว่ามีนักศึกษาชายคนหนึ่งของคณะแพทย์ฯ ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอก (ไม่แน่ใจว่าเป็นโรงพยาบาล หรือตึกแพทย์ คนเล่าไม่ยืนยัน แต่ 2 ตึกนี้ก็ใกล้กัน) เขาคนนี้ก็ทำงานอยู่จนดึก เสร็จจากงานก็เลยว่าจะลงลิฟต์มา ระหว่างที่รอ เขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ หันไปมอง เห็นพยาบาลคนนึงเดินมาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ก็ต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว ระหว่างรอลิฟต์ นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์แล้ว พยาบาลคนนี้ก็ถามว่า ” มาทำอะไรดึกๆ อย่างนี้ ” เขาเลยตอบว่า ” มาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ ” พยาบาลคนนี้เลยบอกว่า ” งั้นให้ฉันช่วยนะ ” นักศึกษาคนนี้ก็เลยงง และเริ่มสังเกตว่า ที่คอของพยาบาลสาวเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมาก และพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์ แต่ลิฟต์เหมือนค้าง หรืออะไรไม่ทราบได้ เลือดยังไหลนองไปทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ พร้อมทั้ง ควักส่วนต่างๆ เหล่านี้ออกมา

รุ่งขึ้นมีคนพบนักศึกษาชายคนนี้นอนอยู่ที่ประตูลิฟต์ ซึ่งเปิดคาอยู่ แล้วเขาก็เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างคนบ้าว่า ” พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง ”
—————————————–

จดหมายรักจากหลินฮุ่ย

ศุกร์, 10/09/2009 - 14:56

ที่อยู่
โซนจัดแสดงแพนด้าแห่งสวนสัตว์เชียงใหม่

วันที่เคลื่อน เดือนที่หนี ปีที่ผ่าน

ฉัน เห็น จดหมายฉบับที่แล้ว เธอทักทายฉันด้วยคำว่า “สวัสดี” แบบพวกมนุษย์แล้วฉันรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย ฉันไม่อยากให้เธอรับค่านิยมของพวกมนุษย์มากจนเกินไป พวกเราเป็นหมีก็ไม่ควรลืมกำพืดหมี พวกเราก็น่าจะต้องอนุรักษ์ภาษาหมีเราไว้ อย่าให้ภาษาหมีของเราต้องวิบัติเหมือนกับภาษามนุษย์เลยเนอะ
ต้องขอโทษเธอด้วยนะที่ฉันตอบจดหมายเธอช้าไปหน่อยต้องสาละวนอยู่กับการเลี้ยงลูก  ลูกสาวของเรากำลังซนเลยทีเดียว
อ้อ พอพูดถึงเรื่องลูกแล้วนึกได้
จากจดหมายฉบับที่แล้วที่เธอส่งมาถามฉันว่า “ใครเป็นพ่อของลูกหมี”
โถ โถ โถ โถ โถ โถ……….ช่วงช่วง ผู้น่าสงสาร
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครบอกเธอเลยเหรอเนี่ย ว่า “เธอนี่แหละ ที่เป็นพ่อของเด็ก”
ฉันเองไม่ถือโทษโกรธเธอหรอกนะที่เธอไม่รู้ว่าลูกหมีตัวนี้เป็นลูกของเธอ
เพราะตอนแรก…..ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าฉันท้อง
ฉันไม่รู้จนกระทั่งวันที่หมีน้อยตัวนี้ไหลปรุ๊ดออกมาจากหมีใหญ่ (ฉันหมายถึงตัวฉันเอง อย่าคิดลึก)
ตอน นั้นฉันงงมากว่าฉันมีลูกได้ยังไง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็ไม่เคยปั่มปั๊มกับหมีตัวไหน ฉันยังรักษาพรหมจรรย์อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องเสมอมาจนกระทั่งวันนี้
ฉันนอนนึกถึงเรื่องนี้อยู่หลายคืน ว่าไอ้หมีน้อยตัวนี้มันมาอยู่ในท้องฉันได้ยังไง มีใครเล่นคุณไสยเสกหมีเข้าท้องฉันรึเปล่า
แล้วคืนที่ 10 ฉันก็ได้รับคำตอบ
ต้องเป็นฝีมือของพวกมนุษย์แน่ ๆ

อุ๊ย ขอโทษอีกทีนะจ๊ะ ช่วงช่วง ฉันเผลอเข้าโหมดเครียดอีกแล้ว (ฉันใช้ศัพท์วัยรุ่นไหม ฮิฮิ)
ตอนนี้ฉันเครียด ๆ น่ะ ไหนจะต้องเลี้ยงลูกของเราที่กำลังซน ไหนจะต้องรับมือกับพวกมนุษย์ที่เข้ามารบกวนฉันทั้งเช้าทั้งเย็น

เธอรู้มั้ย พวกมันเอาลูกของเราไปวัดส้นตรีนทุกวันเลย

ฉันไม่ได้หยาบคายนะจ๊ะ ช่วงช่วง
พวกมนุษย์เอาลูกของเราไปวัดส้นตรีนจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะไปวัดทำส้นตรีนอะไร
จด บันทึกทุกวัน ว่า ส้นตรีนลูกเรายาวขึ้นเท่าไร ลืมตาซ้ายเมื่อไร ลืมตาขวาเมื่อไร ลืมตาไหนก่อนกัน ลืมตาซ้ายขวาห่างกันกี่วันฃ วันนี้ลูกเราขนขึ้นที่ไหน ขนสีขาวหรือสีดำ ขนตรงหรือหยักศก ฯลฯ
ช่วงช่วง เธอคิดว่าพวกมนุษย์ วื่นวือ มั้ย
ในฐานะที่ฉันเป็นแม่ ฉัน โคตร ดีใจเลยแหละที่มีมนุษย์สนใจตั้งชื่อให้ลูกเราขนาดนี้
บางชื่อฉันว่ามันก็น่ารักดีหรอก แต่บางชื่อนี่สิ คิดมาได้ไง
มีใบนึงตั้งชื่อลูกของเราว่า “เห็น”
ทุเรศ ใช้อะไรคิดเนี่ย จะเรียกหมีเห็น ๆ เนี่ยนะ น่าเกลียดแย่ ลูกเราเป็นผู้หญิงซะด้วย
จะตั้งชื่ออะไรก็ตามเถอะ ขออย่างเดียว หวังว่าคงไม่มีมนุษย์คนไหนเอาวันเดือนปีเกิดของลูกเราไปให้พระที่วัดตั้งชื่อให้นะ
ฉันกลัวบาป
เอาล่ะ ในที่สุดก็มี 4 ชื่อที่ได้เข้ารอบนั่นก็คือ

1. ขวัญไทย     ฉันไม่ชอบชื่อนี้เลยอ่ะ ฉันว่าไอ้ชื่อ “ขวัญไทย” เนี่ย มันเหมือนชื่อนิตยสารแสดงแบบชุดผ้าไหมมากกว่าชื่อหมีแพนด้านะ
2. ไทยจีน       อื้อ หือ ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ เลยล่ะ จีนส่งหมีมาไทย เลยชื่อไทยจีน
3. หญิง หญิง   ฉันไม่ค่อยชอบชื่อนี้นะ มันธรรมดาไป
4. หลินปิง       มนุษย์โหวตชื่อนี้กันแหละ เธอชอบมั้ย ฉันเฉย ๆ

พ่อชื่อช่วงช่วง แม่ชื่อหลินฮุ่ย ลูกของเราก็น่าจะชื่อ “ชุ่ยชุ่ย”

นี่ ๆ ฉันมีเรื่องตลกจะเล่าให้เธอฟังด้วยล่ะ
เธอรู้มั้ยว่าพวกมนุษย์ทำให้ลูกสาวของเรารู้จักเธอได้ยังไง

ติ้ก ต้อก ติ้ก ต้อก ติ้ก ต้อก

พอแระ ฉันให้เวลาเธอแค่นี้ ฉันเหนื่อย
เฉลยก็คือ
พวกมนุษย์ติดรูปเธอไว้รอบ ๆ กรง เพื่อให้ลูกของเรารู้จักและคุ้นเคยกับเธอ
อนิจจา ปาจิงโกะ พวกมันคิดได้ไงเนี่ย!!
เธอรู้มั้ยหลังจากวันที่เธอได้เจอลูก พวกมนุษย์ลงข่าวในวันรุ่งขึ้นว่าอะไร

“แพนด้าน้อยปลื้มใจ พบหน้าพ่อ”

แพนด้านะ ไม่ใช่น้องเคอิโง๊ะ มาปลื้มใจพบหน้าพ่อเนี่ย
ชั้นล่ะเบื่อพวกมนุษย์จริง ๆ

ไม่ต้องส่งกลับมาแล้วนะ
ฉันว่าพอถึงภาค 3 มันคงไม่ขำแล้วล่ะ

รักไม่แพ้ รักไม่ชนะ……….ก็ “รักเสมอ” ไง

จาก หลินฮุ่ย
ตะลุยเรื่องรัก

พ.ล.   (แพนด้าลิขิต)

ฮิ ฮิ เธอแพ้พนันฉันแหละ
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา พวกมนุษย์ไม่ได้จับลูกของเรามาให้ดอกมะลิฉัน (ฉันว่าถ้าทำ ก็เกินไปจริง ๆ แหละ)
พวกมนุษย์แค่ยกย่องให้ฉันเป็น “แม่ตัวอย่าง” เท่านั้นเอง
เธอช่วยคิดหน่อยสิว่า ฉันควรเป็นตัวอย่างให้กับคนหรือหมีดี
ฉันงง
เฮ้อ!! มนุษย์จริง ๆ

จดหมายรักจากช่วงช่วง

ศุกร์, 10/09/2009 - 14:51

จดหมายรักจากช่วงช่วง

ที่อยู่
โซนจัดแสดงแพนด้าแห่งสวนสัตว์เชียงใหม่

วันที่เฝ้า เดือนที่รอ พ.ศ.ที่คอย

ถึงหลินฮุ่ย……….แพนด้ายาใจ

สวัสดีจ้ะ หลินฮุ่ย
เธอเป็นยังไงบ้างจ้ะ หลินฮุ่ย สบายดีมั้ย
ตั้งแต่วันนั้นที่เธอเบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเธอยังกะหมีแพ้ท้องเลยนะ หลังจากวันนั้นพวกมนุษย์ก็จับตัวเธอแยกไปจากฉัน
วานนี้ตอนที่ฉันกำลังนั่งคิดถึงเธออยู่ ฉันก็ได้ยินพวกมนุษย์พูดคุยกันว่าเธอมีลูกแล้ว
เธอรู้มั้ยว่าตอนแรกที่ฉันได้ยิน ฉันตกใจและโกรธเธอมาก ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าเธอไปท้องกับใครมา
ฉันเสียใจกับการกระทำของเธอที่เธอนอกใจฉันจนฉันอยากจะร้องเพลง “น้ำตาจ่าโท” (ช่วงนั้นฉันขอบตาคล้ำขึ้นด้วยล่ะ)
แต่ฉันก็คิดไม่ออกจริง ๆ หมีแพนด้าในประเทศไทยก็มีแค่เธอกับฉันเท่านั้น ฉันเองก็ไม่เคยอะไรกับเธอ แค่เกือบไปครั้งนึงเท่านั้น
พูดถึงเรื่องนี้ ฉันเองต้องขอโทษเธอสำหรับวันนั้นด้วยนะ วันที่ฉันเกือบล่วงเกินเธอไป อารมณ์ชั่ววูบเกือบจะทำพรหมจารีย์เธอพินาศ
หลิน ฮุ่ย เธอรู้ใช่มั้ยว่าตอนฉันอยู่ที่เมืองจีน ฉันได้รับสมญาจากหมีสาวทั้งหลายว่า “ช่วง ช่วง ร้อยลีลา” หรือไม่ก็ “คาสแนนด้า” ดังนั้น เรื่องอย่างว่าเนี่ย ฉันไม่เป็นรองหมีแพนด้าใดในโลกอยู่แล้วล่ะ เรื่องตลกอยู่ที่หลังจากนี้ เธอรู้มั้ยว่าพวกมนุษย์แก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง
พวกมนุษย์เอาหนังโป๊หมีแพนด้าให้ฉันดู !!
พวกมนุษย์นอกจากจะมีคลิปแอบถ่ายพวกเดียวกันเองแล้ว ยังจะมาแอบถ่ายหมีแพนด้าอีก
อนิจจา มนุษย์ พวกมันเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย!!
มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังค้างคาใจ
ถามเธอตรง ๆ แล้วกันนะ

หมีตัวไหนเป็นพ่อของลูกเธอ??

ยังไงก็ตามฉันร้อนใจกับเรื่องนี้มาก
หวังว่าเธอคงรีบตอบกลับนะ ฉันไม่อยากตาคล้ำไปมากกว่านี้

I look forward to hearing from you na.
คิดถึง……….จนเธอคิดไม่ถึงเลยล่ะ

จาก ช่วง ช่วง ในห้วงหฤทัย

พ.ล. (แพนด้าลิขิต)

ฉันว่าวันที่ 12 สิงหาคมนี้ พวกมนุษย์ต้องให้ลูกเธอมามอบดอกมะลิกับเธอแน่ ๆ
พนันกับฉันมั้ยล่ะ…


  • บ้านสวนพอเพียง

  • linux.sothorn.org

  • fw.sothorn.org

  • tips4linux.sothorn.org